บทความทั้งหมด

โดนยืมเงินแล้วไม่คืน ฟ้องได้ไหม?

ถ้ามีคนยืมเงินแล้วเงียบ หาย บ่ายเบี่ยง หรือบล็อกช่องทางติดต่อ ควรเริ่มจากเก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งแชต สลิป พยาน และหนังสือทวงถาม ก่อนประเมินว่าจะฟ้องหรือดำเนินคดีอย่างไร

โดนยืมเงินแล้วไม่คืน ฟ้องได้ไหม?

โดนยืมเงินแล้วไม่คืน เริ่มจากอะไรดี?

ปัญหาคนรู้จักยืมเงินแล้วไม่คืนเกิดขึ้นบ่อยมาก บางคนรับปากว่าจะคืนแล้วเงียบ บางคนเลื่อนวันไปเรื่อย ๆ หรือหนักกว่านั้นคือบล็อกทุกช่องทางติดต่อ คำถามคือ ฟ้องได้ไหม? คำตอบคือมีโอกาสดำเนินการได้ แต่ต้องเริ่มจากการรวบรวมหลักฐานให้ชัดก่อน

หลักฐานสำคัญที่ควรเก็บ

1. แชตหรือข้อความที่ยืนยันการยืมเงิน

เก็บข้อความที่เห็นว่าอีกฝ่ายขอยืมเงิน รับว่าจะคืน หรือยอมรับว่าเป็นหนี้ เช่น “ขอยืมก่อน”, “สิ้นเดือนคืน”, “เดี๋ยวโอนให้นะ” รวมถึงชื่อบัญชี โปรไฟล์ เบอร์โทร และช่องทางติดต่อของผู้ยืม

2. สลิปโอนเงินและรายการเดินบัญชี

สลิปโอนเงินช่วยยืนยันว่าเงินออกจากบัญชีใคร ไปยังบัญชีใด วันเวลาเท่าไร และจำนวนเงินเท่าไร ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับหรือภาพหน้าจอที่เห็นรายละเอียดครบถ้วน

3. พยานหรือบุคคลที่รู้เห็น

ถ้ามีคนอยู่ในเหตุการณ์ เห็นการตกลงยืมเงิน หรือเคยได้ยินผู้ยืมรับปากว่าจะคืน ควรจดชื่อและช่องทางติดต่อไว้ เผื่อใช้ประกอบการอธิบายข้อเท็จจริง

4. หนังสือทวงถาม

ก่อนฟ้องคดี หลายกรณีควรส่งหนังสือทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อกำหนดเวลาให้ชำระหนี้และทำให้เห็นว่าผู้ให้ยืมได้ติดตามทวงถามอย่างเป็นระบบแล้ว

เงินที่ให้ยืมเกิน 2,000 บาท ต้องระวังเรื่องหลักฐาน

ตามหลักกฎหมายแพ่งเรื่องกู้ยืมเงิน หากเงินต้นเกิน 2,000 บาท การฟ้องเรียกเงินคืนควรมีหลักฐานที่พิสูจน์การกู้ยืมได้ชัดเจน ปัจจุบัน ข้อความแชตสามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญได้ หากเห็นตัวตนผู้ยืม จำนวนเงิน วันนัดคืน หรือข้อความที่ผู้ยืมยอมรับว่าเป็นหนี้ และยิ่งมีสลิปโอนเงินหรือรายการเดินบัญชีประกอบก็ยิ่งทำให้ภาพรวมของพยานหลักฐานชัดขึ้น ทั้งนี้ศาลจะพิจารณาน้ำหนักพยานหลักฐานจากข้อเท็จจริงทั้งหมด

เป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา?

โดยทั่วไป การยืมเงินแล้วไม่คืนมักเป็นข้อพิพาททางแพ่ง คือฟ้องเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายตามที่พิสูจน์ได้ แต่ถ้ามีพฤติการณ์หลอกลวงตั้งแต่แรก เช่น สร้างเรื่องเท็จ ปลอมตัว ใช้เอกสารปลอม หรือไม่มีเจตนาจะคืนตั้งแต่ต้น อาจต้องประเมินประเด็นคดีอาญาร่วมด้วย

ควรทำอะไรเป็นลำดับ

  • หยุดคุยแบบใช้อารมณ์ และเก็บหลักฐานทุกช่องทางก่อน

  • รวบรวมแชต สลิป บัญชีผู้รับเงิน และประวัติการทวงถาม

  • สรุปไทม์ไลน์ว่าเริ่มยืมวันไหน จำนวนเท่าไร นัดคืนเมื่อไร และผิดนัดอย่างไร

  • ส่งหนังสือทวงถามหรือให้ทนายช่วยร่างหนังสือทวงถาม

  • ประเมินแนวทางฟ้องคดีแพ่ง หรือดำเนินการอื่นตามพฤติการณ์ของเรื่อง

สรุป

โดนยืมเงินแล้วไม่คืนไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบไปเรื่อย ๆ เพราะหลักฐานและความทรงจำอาจเลือนหาย ควรเริ่มเก็บแชต สลิป พยาน และหนังสือทวงถามให้ครบ แล้วให้ทนายช่วยประเมินว่าหลักฐานเพียงพอสำหรับฟ้องเรียกเงินคืนหรือมีประเด็นอื่นที่ควรดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่

ต้องการให้ทนายช่วยตรวจหลักฐานเบื้องต้น? ติดต่อสำนักงาน สุระศิลป์ ทนายความ เพื่อประเมินแนวทางก่อนดำเนินการต่อได้

แชร์บทความนี้:

ถาม-ตอบกับทนาย

ยังไม่มีคำถามที่ตอบ — เป็นคนแรกที่ถามสิ

มีคำถามเกี่ยวกับบทความนี้?

คำถามของคุณจะแสดงต่อสาธารณะหลังจากทีมทนายตอบกลับ

ไม่บังคับ — ใช้แจ้งเตือนคุณเมื่อมีคำตอบ