จับชู้ได้ ไม่ได้แปลว่าโพสต์ประจานได้
การมีหลักฐานเรื่องชู้สาวอาจช่วยใช้สิทธิทางศาลได้ แต่การเผยแพร่คลิปส่วนตัวบนโซเชียล อาจทำให้ผู้โพสต์เสี่ยงหมิ่นประมาท ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือผิดกฎหมายอื่นได้
ข่าวเมียหลวงบุกจับสามีกับหญิงอื่นมักทำให้สังคมแบ่งข้างอย่างรวดเร็ว หลายคนเห็นใจฝ่ายที่ถูกทรยศ และมองว่าการถ่ายคลิปประจานคือการ “เอาคืน” ที่สมควรแล้ว แต่ในมุมกฎหมาย เรื่องนี้ซับซ้อนกว่านั้นมาก เพราะการมีหลักฐานเรื่องชู้สาวอาจช่วยให้ใช้สิทธิทางศาลได้ ขณะเดียวกัน การเผยแพร่คลิปส่วนตัวบนโลกออนไลน์ก็อาจทำให้ผู้โพสต์กลายเป็นฝ่ายที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายเสียเอง
สิทธิของภรรยาหลวง: ใช้หลักฐานให้ถูกทาง
หากพิสูจน์ได้ว่าสามีมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในลักษณะที่กระทบต่อชีวิตสมรส ข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับเหตุฟ้องหย่า หรือการเรียกค่าทดแทนจากคู่กรณีตามกฎหมายครอบครัวได้ในบางกรณี
สิ่งสำคัญคือ “หลักฐาน” ควรถูกเก็บไว้เพื่อใช้ในกระบวนการที่เหมาะสม เช่น ปรึกษาทนาย ยื่นต่อศาล หรือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่นำไปเผยแพร่ให้คนจำนวนมากเข้ามารุมด่า เพราะวัตถุประสงค์และผลทางกฎหมายของสองการกระทำนี้แตกต่างกันมาก
คลิปเป็นหลักฐานได้ แต่การโพสต์คืออีกเรื่องหนึ่ง
การถ่ายภาพหรือคลิปไว้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง อาจเป็นประโยชน์ต่อการปรึกษาคดี แต่การนำคลิปนั้นไปโพสต์ลงสาธารณะ พร้อมแคปชัน ด่าทอ ระบุชื่อ ชี้เป้า หรือเปิดเผยใบหน้า อาจกระทบสิทธิในชื่อเสียง ความเป็นส่วนตัว และศักดิ์ศรีของบุคคลในคลิป
ต่อให้ผู้โพสต์เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความจริง ก็ไม่ได้แปลว่าสามารถเผยแพร่ทุกอย่างได้โดยไม่มีความเสี่ยง เพราะกฎหมายยังพิจารณาด้วยว่า การเผยแพร่นั้นจำเป็นหรือเหมาะสมหรือไม่ และทำให้บุคคลอื่นเสียหายเกินสมควรหรือเปล่า
เสี่ยงหมิ่นประมาทและละเมิด
หากโพสต์คลิปหรือภาพพร้อมข้อความที่ทำให้ผู้อื่นถูกเกลียดชัง ถูกดูหมิ่น หรือเสียชื่อเสียง โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียที่คนเข้าถึงได้จำนวนมาก ผู้โพสต์อาจถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท หรือถูกเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งฐานละเมิดได้
ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้น หากมีการเปิดเผยชื่อ นามสกุล ที่ทำงาน บ้านพัก บัญชีโซเชียล ใบหน้า เสียง หรือข้อมูลอื่นที่ทำให้คนทั่วไปทราบได้ว่าบุคคลในคลิปคือใคร
ถ้าคลิปมีภาพลามกหรือกิจกรรมทางเพศ ยิ่งไม่ควรเผยแพร่
กรณีคลิปมีภาพเปลือย ภาพลามก หรือกิจกรรมทางเพศ ไม่ควรนำไปโพสต์หรือส่งต่ออย่างเด็ดขาด แม้จะปิดหน้าบางส่วนก็ตาม เพราะยังอาจระบุตัวบุคคลได้จากเสียง สถานที่ รูปร่าง รอยสัก เสื้อผ้า หรือบริบทอื่น ๆ
การเผยแพร่เนื้อหาลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายอาญา กฎหมายคอมพิวเตอร์ และสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าการโพสต์ข้อความทั่วไปมาก
ควรทำอย่างไรให้ปลอดภัยกว่า
1. เก็บหลักฐานต้นฉบับไว้ให้ครบ เช่น คลิป ภาพ แชต สลิปการเดินทาง หรือพยานแวดล้อม
2. สำรองไฟล์ไว้ในที่ปลอดภัย และจดวันเวลา สถานที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
3. หลีกเลี่ยงการโพสต์ลงโซเชียล หรือส่งต่อในกลุ่มสาธารณะ
4. ปรึกษาทนายก่อนใช้หลักฐาน เพื่อประเมินว่าควรฟ้องหย่า เรียกค่าทดแทน หรือดำเนินการทางกฎหมายรูปแบบใด
5. หากมีการข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย บุกรุก หรือความผิดอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือทนายทันที
สรุป
ความเจ็บปวดของผู้ถูกนอกใจเป็นเรื่องจริง และกฎหมายมีช่องทางให้ผู้เสียหายใช้สิทธิได้ แต่กฎหมายไม่ได้เปิดทางให้ลงโทษกันเองด้วยการประจานบนอินเทอร์เน็ต
ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ เก็บหลักฐานให้ถูกต้อง ปรึกษาทนาย และใช้สิทธิผ่านกระบวนการยุติธรรม เพราะบางครั้งการโพสต์เพียงไม่กี่นาที อาจทำให้ผู้ที่เป็นฝ่ายเสียหายในชีวิตคู่ ต้องกลายเป็นผู้ถูกดำเนินคดีเสียเอง
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายเบื้องต้นเท่านั้น รายละเอียดของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และการประเมินทางกฎหมายเป็นรายกรณี
ถาม-ตอบกับทนาย
ยังไม่มีคำถามที่ตอบ — เป็นคนแรกที่ถามสิ
มีคำถามเกี่ยวกับบทความนี้?
คำถามของคุณจะแสดงต่อสาธารณะหลังจากทีมทนายตอบกลับ
